สมุดจดพล็อต
สมุดจดพล็อตของดิฉัน ถึงตอนนี้ มีทั้งหมด ๔ เล่มแล้วค่ะ ทุกเล่มเป็นสมุดปกแข็ง ข้างในเป็นกระดาษแบบมีเส้น สันห่วง อ้อ...ถ้ารวมสมุดจดของนิยายชุดธิโมส์ด้วย ก็รวมเป็น ๕ เล่มค่ะ
นิยายบางเรื่องมีจุดกำเนิดจากประโยคเดียวที่จดเอาไว้ในสมุดเหล่านี้ อย่าง...ด้านร้ายและมุมลบของความรัก... นี่คือที่มาของนิยายเรื่อง “ไฟในวายุ” ค่ะ แต่ขณะเดียวกันก็มีนิยายบางเรื่องเหมือนกันที่คิดและจดพล็อตไว้อย่างละเอียด วางโครงเรื่องเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ ลงรายละเอียดถึงขนาดว่า ตอนที่ ๑ จะเล่าถึงอะไร ไล่ไปจนถึงตอนสุดท้ายเลย เรื่องนี้เป็นแนว “ลิเกฝรั่ง”ค่ะ มีชื่อเรื่อง ชื่อตัวละคร ฉาก จดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในสมุดจดพล็อตเรียบร้อยหมดแล้ว แต่จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ได้ลงมือเขียนเสียที ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะลงละเอียดมากเกินไปจนไม่ท้าทายในขั้นตอนการเขียนอีกแล้วหรือเปล่า นิยายเรื่องนี้ถึงได้ยังเป็นกระดาษหนาปึกในสมุดจดพล็อตอยู่อย่างนั้น
“เสน่ห์ของผู้หญิงร้ายๆ” ทราบไหมคะว่านี่จดเอาไว้ในพล็อตของเรื่องอะไร “เลื่อมพรายลายรัก” ไงคะ
ทุกครั้งเมื่อผ่านไปเห็นอะไรเข้า อ่านพบ ได้ยิน ได้เห็น แล้วเกิดเอะใจ สงสัย คาใจ ดิฉันมักจดเอาไว้เสมอค่ะ บางเรื่องก็จดทิ้งไว้อย่างนั้น ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนั้นต่อ หรือหาข้อมูลเพิ่ม ขณะที่บางเรื่องก็ลงมือนั่งเขียน “ความคิด” ของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆเอาไว้เป็นคุ้งเป็นแคว
ความคิดบางอย่างก็เติบใหญ่กลายเป็นพล็อตนิยายไปได้ในที่สุด ขณะที่บางเรื่อง ก็ยังคงเป็นเพียงความคิดเล็ก ๆ ต่อไป ยังคิดไม่ทะลุ ไม่สุกงอม ได้ที่ ก็ทิ้งเอาไว้อย่างนั้น ครั้นเวลาผ่าน แล้วคิดอะไรได้เพิ่มก็มาจดเอาไว้
ความคิดหลายๆเรื่อง คิดได้ แต่จะคิดให้มันใหญ่กว่านั้นไม่ได้แล้ว ก็มีค่ะ ถ้าเอาความคิดแบบนี้ไปเขียนนิยาย (ขนาดยาวแบบที่ดิฉันเขียนอยู่) ก็จะ “เบา” มาก ทางแก้ในระยะหลัง ๆ มานี้ เมื่อเกิดอาการเสียดาย ดิฉันมักนำความคิดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปแทรกไว้ในเรื่องโดยผ่านปากคำของตัวละครบางตัว หรือฉากบางฉาก โดยดูไม่ให้ขัดกับความคิดหลักของเรื่อง
พูดถึงเรื่องความคิดเล็กๆน้อยๆ ดิฉันกับบอกอแว่นเคยมีไอเดียว่าจะนำไอ้ที่คิดได้แบบ เล็กๆ เบาๆ นี้มาเขียนเป็นนิยายขนาดสั้นด้วยละค่ะ เราเรียกของเรากันเองว่า นิยาย 120 บาท (เพราะคิดว่า จะขายในราคา 120 บาท) เป็นงานเขียนแบบเบาๆ สบายๆ สั้นๆ เป็นอีกสไตล์นึงที่แตกต่างจากแบบที่ “ดวงตะวัน” เขียนอยู่ พล็อตเบาๆ กระจุ๋มกระจิ๋มแบบนี้มีเก็บไว้เยอะเหมือนกันค่ะ เชื่อไหมคะว่าในไฟล์งานเก่าๆ ของดิฉันยังมีโฟลเดอร์ที่ชื่อ “นิยาย 120” อยู่เลย แต่สุดท้าย ถ้าจำไม่ผิด ก็รู้สึกว่าจะคิดไม่ตลอดรอดฝั่ง เพราะถ้าเทียบระยะเวลาในการทำงานแล้ว ไม่ว่าจะเขียนนิยาย 120 บาท หรือนิยาย 300 บาท ก็ใช้เวลาไม่ต่างกันสักเท่าไรนัก (พูดเรื่องนี้แล้วขอต่ออีกนิด เคยมีผู้อ่านเขียนจดหมายมาบอกว่า อ่านนิยายของดิฉันแบบที่ราคา 280 บาทแล้วรู้สึกไม่จุใจเลย ขอให้เล่มต่อๆไปเขียนแบบ 300 บาท ไม่ก็ 320 บาทเถอะ ถึงจะเต็มอิ่ม อ่านจดหมายฉบับนั้นแล้ว รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังขายส้ม ขายชมพู่ กิโลละ 60 บาทยังไงยังงั้น ^^)
ถึงไหนแล้ว ? อ้อ...ถึงเรื่องความคิด ...บางเรื่อง พอเวลาเปลี่ยน ความคิดก็เปลี่ยนไปจริงๆ นะคะ ไม่ต้องดูอื่นดูไกลหรอก อย่าง “ภูแสนดาว” นิยายเรื่องแรกในชีวิตของดิฉัน เมื่อไม่นานมานี้ ไปเปิดอ่านแล้วเลยหยิบสมุดจดพล็อตมาดู ยังบอกตัวเองว่า ไม่ได้คิดแบบนั้นอีกแล้ว ถ้าเขียนใหม่ตอนนี้คงแก้ปัญหาให้ตัวละครอีกอย่างหนึ่ง เพื่อให้ผลในบั้นปลายของเรื่องเป็นอีกแบบมากกว่า
ดิฉันเรียกของดิฉันเองว่า “สมุดจดพล็อต” แต่จริงๆ ใช้จดทุกอย่างนั่นแหละค่ะ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเขียนนิยาย ...พล็อต คำ มุก และแก๊ก ชื่อเรื่อง ชื่อตัวละคร (ไม่สิ...ชื่อตัวละครนี่มีสมุดจดเล่มเล็ก แยกไว้ต่างหากอีกเล่มหนึ่งเลย)
นี่เขียน “อรุณสวัสดิ์” ครั้งนี้ไปด้วยก็พลิกเปิดดู “คำ” ที่จดๆ เอาไว้ด้วยค่ะ
อย่างคำว่า “เค้า” สงสัยมากว่าทำไมเดี๋ยวนี้ สรรพนามเรียกข้าวของต่างๆ เปลี่ยนไป วันก่อนดิฉันเอารถไปทำสีที่ศูนย์ฯ ถามเจ้าหน้าที่ว่า นานไหม อีกกี่วันจะเสร็จ เจ้าหน้าที่บอกว่า “คือรถพี่สีดำ สีดำนี่เค้าจะเคลือบสียากกว่าสีอื่นนิดนึงนะครับ แต่ถ้าเป็นบรอนซ์นี่เค้าจะไม่ยาก คงต้องสักสองสามวันครับกว่าเค้าจะเรียบร้อย” คนที่ตอบนี่เป็นพนักงานผู้ชายนะคะไม่ใช่เพศที่สาม
พอไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เกต ได้ยินคนขายพูดใส่เครื่องขยายเสียง “ส้มเช้งสดใหม่จากไร่ครับ รับรองความอร่อย พันธุ์นี้เค้าดี กากเค้าจะบาง ทานแล้วไม่ต้องคายเค้า กลืนเค้าได้เลย ไม่ระคายคอ”
ฟังแล้วดิฉันเดินอมยิ้ม อยากกิน “เค้า” จริงๆ ค่ะ
สดๆ ร้อนๆ เพิ่งวางสายไปตะกี้นี้เอง เป็นเจ้าหน้าที่ขายประกัน “ประกันตัวนี้นะครับเค้ามีค่ารับประกันความเสี่ยง ผลตอบแทนของเค้าก็สูงกว่า เค้าน่าสนใจมากกว่าตัวอื่นๆครับ”
นอกจาก “เค้า” มีอีกคำที่เพิ่งจดเอาไว้ พักนี้เห็นบ่อยมาก ไม่ทราบว่าจะ “แอบ” อะไรกันนักหนา ...แอบรัก แอบคิดถึง แอบโหด แอบเคือง แอบน่ารัก แอบหล่อ แอบเหงา แอบเหวอ ฯลฯ
(นี่ถ้าเขียน “ความรักเจ้าขา” ภาคสอง เจ๊โยได้แอบรักปลาวาฬแน่ๆเลยค่ะ)
นั่งอ่านที่ตัวเองจดๆ เอาไว้แล้วก็ขำ ส่วนใหญ่เป็นแก๊กเกี่ยวกับภาษาเสียแทบทั้งนั้นนะคะ ลองดูอีกสักเรื่องก็แล้วกัน
เมื่อเดือนก่อน โทรศัพท์ที่บ้านอิฉันเป็นอะไรไปไม่ทราบค่ะ มีเสียงแทรกเสียงซ่ารบกวนตลอดเวลา เรียกว่าแทบจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เมื่อวาน พี่ชายอิฉันเลยโทร.แจ้งไปค่ะ พอดีเป็นวันอาทิตย์ เขาก็รับเรื่องเอาไว้ บอกว่าวันจันทร์จะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา
วันจันทร์ เจ้าหน้าที่โทร.มา ดิฉันเป็นคนรับสาย เพราะพี่ชายไปทำงานแล้ว
“บ้านเลขที่....ที่แจ้งโทรศัพท์ขัดข้องใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
“ไม่ทราบว่าอาการเป็นยังไงครับ”
“มันมีเสียงซ่าๆดังแทรกอยู่ตลอดเวลาน่ะค่ะ”
“แล้วยังไงอีกครับ”
“เป็นเสียงซ่าๆ กวนๆ น่ะค่ะ”
เจ้าหน้าที่เงียบไปนิดนึง คล้ายลังเลว่าจะยิงมุกดีหรือเปล่า สุดท้าย เขาบอกมาเสียงเบาๆว่า
“สงสัยมีจิ๊กโก๋เข้าไปอยู่ในสายนะครับ”
อึ้งไปสามวิ ดิฉันก็หัวเราะดังลั่น โหย... รู้สึกเหมือนพี่ปาณ (รักร้อยพันใจ) ถูกบ๋อยร้านติ่มซำลูบคมเรื่องติมลา ติมรี่ ยังไงยังงั้นเชียว
พอดีกว่า เรื่องคำเรื่องมุก พอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อน เล่าเรื่องสมุดจดพล็อตต่อดีกว่านะคะ
นอกจากจดพล็อต จดคำ จดภาษา สมุดเล่มนี้ยังเป็นที่เก็บข่าวที่ตัดจากหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือปริ้นต์จากอินเตอร์เน็ตด้วยค่ะ คือถ้าไม่ได้เป็นข่าวที่สนใจตามอยู่ แต่บังเอิญไปอ่านเจอแล้วสะกิดใจก็จะเอามาแปะเทปกาวติดไว้ในสมุดเล่มนี้ แต่บางเรื่องที่ตามๆอยู่ก็จะมีแฟ้มแยกไปต่างหาก เช่น อย่างตอนเขียน “ปราสาททรายในสายฝน” ก็จะมีแฟ้มเกี่ยวกับเรื่องโบราณคดีโดยเฉพาะ
ในหน้าที่จดพล็อตเรื่อง “รักแผลงฤทธิ์” มีรูปพริตตี้ขายเบียร์ขายเหล้า แปะติดเอาไว้ด้วยค่ะ
แต่ระยะหลังๆ มานี้ ตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ต ไม่ค่อยได้ตัดข่าวแปะลงในสมุดจดพล็อตอีกแล้ว ส่วนมากใช้วิธีเซฟข่าวเก็บเอา อย่างตอนนี้เปิดสมุดไปที่หน้าของ “เมืองแมนสรวง” ก็จะเจอข้อความว่า อย่าลืมไปดูข้อมูลจากข่าว...ในไฟล์ชื่อ... เป็นต้น
และแน่นอนค่ะ ในสมุดจดพล็อต ดิฉันยังจดชื่อเรื่องเก็บเอาไว้ด้วย เคยมีคนถามดิฉันว่า ตั้งชื่อนิยาย ยากไหม ? ดิฉันอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง คือจะว่ายากมันก็ยากนะคะ ว่าง่ายก็ง่าย (แต่ยากมากกว่านะ) เพราะบางชื่อ ก็คิดชื่อได้โดยที่เนื้อหายังไม่มีอะไรเลยสักอย่าง จู่ๆ ชื่อมันก็ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ ขณะที่บางเรื่อง อ่านพล็อตจนเขียนไปได้ครึ่งค่อนเรื่องแล้ว แต่ยังนึกชื่อเรื่องไม่ออกก็มีค่ะ ต้องค่อยๆ คลำทางหา “คำ” กันไปทีละคำสองคำ
ก่อนจะตัดสินใจเลือกชื่อเรื่อง “คำรัก” ดิฉันเขียนเอาไว้ในสมุดว่า “ถ้อยคำของความรัก” และ “ลายลักษณ์แห่งรัก” ซึ่งชื่อหลังนี้เอง ตอนหลัง นำมาพลิกสลับปรับเปลี่ยนจนกลายเป็น “เลื่อมพรายลายรัก” ในที่สุดค่ะ
ว่าแต่ว่าทราบไหมคะว่า “มหัศจรรย์แห่งรัก” น่ะ แรกนั้นไม่ได้ตั้งชื่อนี้นะคะ จนเขียนไปได้สักสิบกว่าตอนแล้วถึงได้เปลี่ยน ตอนแรกตั้งชื่อเรื่องว่า “นางสาวลูกสาม”ค่ะ หรืออย่าง “แหวนดอกไม้” ทีแรกก็ไม่ได้ชื่อนี้ เขียนจนเสร็จส่งไปให้ “สกุลไทย”แล้ว แต่คุณป้าสุภัทร สวัสดิรักษ์ (บรรณาธิการ “สกุลไทย” ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับชื่อที่ดิฉันตั้งมาค่ะ ดังนั้นจาก “สองโสดคู่แสบ” ดิฉันจึงแก้ไขเป็น “แหวนดอกไม้”
หรือเรื่องล่าสุดที่เพิ่งส่งไปให้ “ขวัญเรือน” ทีแรกก็ไม่ได้ใช้ชื่อนี้หรอกค่ะ ดิฉันโทร.ไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกว่า ฟังดูเหมือนชื่อที่ไม่ใช่ “ทาง” ของดิฉันเลย คิดไปคิดมาอยู่สองวัน ก็เลยจัดการแก้ไข ...เอาไว้ นิยายเรื่องใหม่ของดิฉันลงตีพิมพ์ตอนแรกใน “ขวัญเรือน” เมื่อไร จะมาเฉลยให้ทราบนะคะว่าแต่เดิมที่คิดเอาไว้ ชื่ออะไร
ส่วนชุดธิโมส์นั้นมีสมุดจดแยกอีก 1 เล่ม จดทุกอย่างที่คิดได้เกี่ยวกับธิโมส์ ทิศทาง แผนที่ เมือง ถนน คำศัพท์ ชื่อตัวละคร พืชพันธุ์ อาหาร ฯลฯ รวมทั้งพล็อตเรื่องอื่นๆ ในชุดนี้ที่จะตามมา
ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในสมุดจดพล็อตค่ะ